ข้อดี 9 อย่าง ของคนชอบอยู่คนเดียว

ข้อดี 9 อย่าง ของคนชอบอยู่คนเดียว

1.คุณมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับตัวเอง

ไม่ว่าคุณจะเล่นเกมส์ อ่านหนังสือ

กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง คนเดียว

คุณก็รู้สึกสุขใจ ไม่เป็นปัญหา

ไม่รู้สึกเหงาหรือขาดหาย

แต่กลับรู้สึกเหมือนได้พักผ่อน และชาร์จพลัง

แม้ว่าจะมีงานพบปะสังสรรค์มากมายให้คุณเลือกไป

แต่คุณกลับเลือกที่จะเอ็นจอยเวลาส่วนตัว

อยู่กับตัวเองมากกว่าไปงานพวกนั้น

.

2.คุณคิดอะไรได้ดีเมื่ออยู่คนเดียว

คุณไม่ได้ต่อต้านการเสนอไอเดีย

หรือการถกปัญหากันในกลุ่ม

แต่เมื่อคุณอยู่คนเดียวคุณมักจะสามารถ

กลั่นกรองความคิดออกมาได้มีประสิทธิภาพ

และเกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมาได้ดีกว่า

เวลาที่ต้องร่วมกันคิดกับคนอื่นๆ

.

3.คุณจะเป็นผู้นำที่ดีได้ต่อเมื่อ

ผู้ตามหรือลูกทีมพร้อมที่จะนำตัวเองในระดับหนึ่ง

คุณสามารถดึงศักยภาพของคนออกมาได้ดี

ถ้าผู้ร่วมงานหรือลูกทีมรู้หน้าที่ตัวเองแล้วในระดับหนึ่ง

แต่คุณไม่ใช่คนที่จะคอยจี้หรือกระตุ้น

ให้ผู้ร่วมงานหรือลูกทีมทำสิ่งต่างๆ จากศูนย์

เพราะการทำแบบนั้นต้องใช้แรงมากในการออกคำสั่ง

ทั้งต้องคอยพูด และ เคี่ยวเข็น

นั่นไม่ใช่งานถนัดของคุณเลย

ปล่อยจุดนั้นให้เป็นหน้าที่ของ

คนที่ชอบเข้าสังคมเค้าทำให้เถอะ

เพราะเค้ามีพลังในการกระตุ้นคนมากกว่าคุณ

ซึ่งถ้าคุณมีคู่หูในการทำงาน

ซึ่งเป็นคนที่ชอบเข้าสังคมนั้น

จะทำให้งานเดินหน้าได้อย่างลงตัวดีเลยล่ะ

.

4.คุณจะเป็นคนท้ายๆ ที่เสนอตัวเพื่อทำอะไรซักอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่ยกมือเวลาตอบคำถามในห้องเรียน

จนถึงการออกไอเดียในที่ประชุม

แม้ว่าคุณจะรู้คำตอบหรือมีไอเดียที่เข้าท่า

แต่คุณเลือกที่จะให้คนอื่นเป็นจุดสนใจไปก่อน

ยกเว้นต่อเมื่อคำตอบนั้นไม่ถูกต้องหรือไอเดียไม่ถูกใจ

คุณจึงจะเสนอความคิดเห็นของคุณเมื่อยามจำเป็น

.

5.คนมักจะถามถึงความคิดเห็นของคุณ

ถ้าคุณสังเกตุว่าคนชอบถามว่า

คุณมีความเห็นอย่างไรในเรื่องต่างๆ

นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าคุณไม่ค่อยพูดจนเขาต้องถาม

หรือเพราะว่าคนคิดว่าคุณนั้นช่างสังเกตุ

หรือต้องกำลังคิดอะไรอยู่แน่ๆ

เลยอยากให้คุณแชร์ความเห็นออกมา

ถ้าคนต้องถามความเห็นของคุณ

ก่อนที่คุณจะมีโอกาสได้พูดอะไรออกมา

ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณนั้น

เข้าข่ายเป็น คนโลกส่วนตัวสูง..

.

6.คุณใส่หูฟังซะส่วนมาก

เวลาที่ต้องอยู่ในสังคมหรือสถานที่ที่มีผู้คน

ไม่ว่าจะขึ้น BTS ขึ้น Uber เดินไปทำงาน นั่งทำงาน

ออกกำลังกาย คุณก็มักจะใส่หูฟังเสมอ

ใช่.. คุณอาจจะชอบฟังเพลงก็จริง

แต่ยอมรับมาเถอะว่าคุณกำลังเลี่ยงการที่ต้องคุยกับผู้คนอยู่

.

7.คุณพยายามหลีกเลี่ยงผู้คนที่โกรธและเกรี้ยวกราดอยู่

คุณจะไม่อยากเผชิญหน้ากับคนที่อารมณ์ไม่ดีถึงขั้นโมโหอยู่

ไม่ว่าคนๆ นั้นจะระเบิดอารมณ์ใส่คุณหรือคนอื่นหรือข้าวของอยู่

เพราะคุณไม่เก่งเอาซะเลยกับการรองรับอารมณ์รุนแรงแบบนั้น

เพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกหมดแรง ห่อเหี่ยว และอึดอัด

.

8.คุณได้รับอีเมล ข้อความ และสายโทรเข้า มากกว่าที่คุณส่งหรือโทรไป

คุณพยายามหลีกเลี่ยงการคุยกับผู้คน

แม้ว่าจะเป็นการคุยโทรศัพท์ก็ตาม แต่ถ้าจำเป็น

คุณก็เลือกที่จะใช้วิธีการส่งข้อความแทน

และส่วนใหญ่ คุณจะเป็นผู้ได้รับข้อความมากกว่าเป็นผู้ส่ง

เพราะคุณอ่านมันและไม่ค่อยตอบยกเว้นเมื่อจำเป็น

.

9.คุณไม่ชอบบทสนทนาผิวเผินกับคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่สนิท

คุณจะไม่ชอบบทสนทนาที่เรียกว่า small talk

หรือบทสนทนาตามมารยาทสังคม

ที่คุณจะต้องโต้ตอบกับคนที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นอย่างดี

เช่นพนักงานร้านสะดวกซื้อสาขาประจำของคุณ

พนักงานขายของ บุคคลที่เจอตามงานพบปะสังสรรค์

แต่คุณจะชอบคุยกับคนที่คุณสนิทใจด้วยแล้วเท่านั้น

และกับคนสนิทของคุณแล้ว คุณมีอะไรให้พูดเยอะเลยล่ะ

ถ้ารู้ตัวแล้วว่าตัวเองเป็นคนโลกส่วนตัวสูง..

ก็ไม่ต้องรู้สึกแปลกใจอีกต่อไปว่า

ทำไมคุณถึงมีลักษณะนิสัยในแบบที่ว่ามา

การเป็นคนโลกส่วนตัวสูง

ไม่ได้แปลว่าคุณมีอะไรผิดปกติ

หรือแปลกแยกจากสังคม แต่คุณคือ

“คนที่เก็บรายละเอียดทุกอย่างรอบตัว

และโลกส่วนตัวมีประสิทธิภาพสูง” ต่างหากล่ะ

 

ขอบคุณที่มา : verrysmilejung.com

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.