Home ข้อคิดดีๆ 11 นิสัยคนเอาตัวรอดเป็น อยู่ที่ไหนชีวิตก็ไม่ลำบาก

11 นิสัยคนเอาตัวรอดเป็น อยู่ที่ไหนชีวิตก็ไม่ลำบาก

บางคนเอาตัวรอดด้วย การเห็นแก่ตัวโดยที่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน บางคนเอาตัวรอดด้วยวิธี

ที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่ที่เราจะเลือกว่าจะใช้วิธีแบบไหนมากกว่าการเอาตัวรอดในสังคม ไม่จำเป็นต้องเป็นคน

ที่เห็นแก่ตัว ตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าเรากำลังตกอยู่ในช่วงข้าว ย า ก หมากแพงอย่างแท้จริง แม้แต่สายการบินแห่งชาติ

ของประเทศแถวๆ นี้ที่ได้รับการยอมรับมานานว่าเป็นอันดับหนึ่งด้านการบินของประเทศก็น่าจะไม่รอดในอนาคตอันใกล้นี่แล้วล่ะ

ต้องบอกว่า “ความแน่นอนคือสิ่งที่ไม่แน่นอน” จริงๆ คงไม่ดีแน่ถ้าคุณเอาแต่ “งอมืองอเท้า” ไม่เตรียมรับมือหรือ

พัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่จะทำให้คุณเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้ ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้วล่ะ

1. แกล้ง โ ง่ บ้าง ถึงแม้บางอย่างจะรู้แล้ว แต่จำไว้เสมอว่าความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่กลัวที่จะพูดว่า ฉันไม่รู้ และพร้อมจะเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ เพราะคนที่ไม่ฉลาด จะประเมินความสามารถตัวเองสูง

กว่าความเป็นจริงจากผลการทดลองระบุว่านักเรียนกลุ่มที่ได้คะแนนต่ำที่สุดจากการให้ลองทำข้อสอบประเมินคำตอบ

ที่ตัวเองจะตอบถูกได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นักเรียนกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดประเมินได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงกว่ามาก

2. เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

คนที่ฉลาดมักจะมีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดีในสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่หวั่นไหวกับความไม่ชัดเจนหรือข้อจำกัดใดๆ

มีผลงาน วิ จั ย ด้านจิตวิทย าออกมาสนับสนุนว่า สติปัญญาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรร มเพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

3. มองโลกให้กว้างๆ อย่าเป็นคนใจแคบ

คนที่ฉลาดจะไม่ปิดกั้นตัวเอง เมื่อมีโอกาสหรือไอเดียใหม่ๆ เข้ามา เขามักจะมองหาทางเลือกแล้วชั่งน้ำหนักเพื่อหา

เหตุผลที่ดีที่สุดคนเหล่านี้จะ เ ก ลี ย ด การยอมรับอะไรง่ายๆ เขาจะหาคำตอบจนกว่าจะมีหลักฐานที่ยืนยันได้จริงๆ เท่านั้น

4. เรียนรู้ราวกับเป็นนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยพูดถึงตัวเองว่า ผมไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร ผมเป็นแค่คนอย ากรู้อย ากเห็นแค่นั้นเอง

งาน วิ จั ย ตีพิมพ์ปี 2016 ระบุว่าการ ได้เปิดโลกในวัยเด็กสัมพันธ์กับความสนใจใคร่รู้ในตอนเป็นผู้ใหญ่

5. มีวินัยในการทำทุกสิ่งทุกอย่าง

ความมีวินัย หรือ ความสามารถในการควบคุมตัวเอง Self-Control มีความเกี่ยวข้องกับความฉลาด จาก ก า ร ศึกษาทดลองในปี 2009

ได้ให้ผู้ร่วมทดลองเลือกระหว่างการได้รับเงินจำนวนหนึ่งทันทีหรือ รอรับเงินก้อนใหญ่ภายหลัง ปรากฏว่าผู้ร่วมทดลองที่เลือก

รอรับเงินก้อนใหญ่ มักจะทำคะแนนในการทดสอบสติปัญญาได้สูงกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง

6. หัดคุยกับตัวเองบ้าง อยู่กับตัวเองบ้าง

คนที่ฉลาดจะมีความเป็นปัจเจกบุคคล ซึ่งคาดเดาได้ว่าพวกเขาอาจใช้เวลาเหล่านั้นขบคิดคำถาม

หรือบางเรื่องที่ตัวเองกำลังสนใจ สัมพันธ์กับในชีวิตจริงที่หลายครั้งเราเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาในเวลาที่อยู่คนเดียว

7. เอาใจใส่คนรอบข้าง

คนที่เอาใจใส่ในเรื่องความต้อง การความรู้สึกของผู้อื่น และทำในสิ่งที่คนเหล่านั้นต้องการคือคนที่ฉลาดทางอารมณ์

ขณะเดียวกัน ความฉลาดทางอารมณ์ยังหมายถึง ความสนใจที่จะเข้าไปพูดคุยกับผู้คนใหม่ๆ และพร้อมที่เรียนรู้สิ่งต่างๆ

จากคนที่คุยด้วยคอนเนคชั่นที่ดีทำให้คุณอยู่รอดได้ทุกสถานการณ์ คอนเนคชั่นดีหมายถึงคุณก็ต้องดีและทำให้เหล่าคนที่คุณรู้

จักไว้วางใจด้วยย า ม เดือดร้อนหรือ ย า ม รุ่งเรืองเขาจะได้ช่วยเหลือกับสนับสนุนคุณทั้งขึ้นทั้งล่องยังไงล่ะ คุณต้องรู้จักเปิดรับสังคมใหม่ๆ

ตั้งแต่วันนี้เลยโดยเฉพาะ ย า ม ที่เจอกับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและเป็นคนดี เพื่อนที่ดีและเก่ง เพื่อนร่วมงานคุณภาพ ฯลฯ

จงอย่าเสียเวลากับคนที่มัวแต่ทำให้คุณ ไ ร้ ส า ร ะ ไปวันๆ เพราะมันเสียเวลา เลือกคบคนเอาไว้ดีที่สุด

8. มีอารมณ์ขัน และยิ้มแย้มให้ผู้อื่นเสมอ

คนที่มีอารมณ์ขันส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่ฉลาด มีงานศึกษาชิ้นหนึ่งระบุว่า คนที่ทำคะแนนการเขียนคำ บ ร ร ย า ย การ์ตูนตลกได้สูง

เยอะๆ จะเป็นคนที่ฉลาดด้านการใช้ภาษาขณะที่งานศึกษาอีกชิ้นระบุว่า นักแสดงตลกมักจะทำคะแนนความฉลาดทางด้านภาษาได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป

9. ผัดวันประกันพรุ่ง

คนฉลาดจะผัดวันประกันพรุ่งจากงานที่ทำประจำวันหรือทำซ้ำๆ ในเวลาที่เขาพบเป้าหมายหรือสิ่งที่สำคัญกว่า นักจิตวิทย ากล่าวว่า นี่คือ

หัวใจของการสร้างสรรค์นวัตกรร มเลยก็ว่าได้ตัวอย่างเช่น เมื่อ ส ตี ฟ จ็อบส์ ต้องการหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ เขาจะใช้เวลาไป

กับการ ถกเถียงเพื่อหาไอเดียที่แตกต่างและพร้อมจะหันหลังให้กับไอเดียพื้นๆ หรืออะไรที่คนอื่นๆ ก็สามารถเดาได้

10. ใคร่ครวญกับคำถามย ากๆและมองว่ามันเป็นเรื่องที่ท้าทาย

คนฉลาดมักจะมีคำถามเกี่ยวกับจักรวาลและความหมายของชีวิต พวกเขามักจะกระวนกระวายกับเรื่องเหล่านี้ที่อาจ จะมีส่วนจริงอยู่บ้าง

เพราะปราชญ์ในโลกนี้ล้วนแต่ตั้งคำถามพื้นๆ ที่ว่าชีวิตคืออะไร? ของแบบนี้เรามองว่ามันต้องประสบเอง ไม่ว่าจะเป็น เ รื่ อ ง ร้ า ย หรือดี

จะเกิดการเรียนรู้และแกร่งไปเองโดยอัตโนมัติเอาเป็นว่า มองคนอย่ามองด้านเดียว เหรียญมีสองด้าน ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้นคนเราก็เช่นกันค่ะ

คนดีที่เราเห็นอาจจะมี มุ ม ร้ า ย ซ่อนอยู่ เช่นเดียวกับคนที่เรามองไม่ดี ก็อาจมีมุมดีๆ ซ่อนอยู่เช่นกันขึ้นอยู่กับว่าเเต่ละคนจะหันด้านไหน

ให้เราเห็นค่ะ เพราะฉะนั้นจงมีสติในการมองคนอย่าด่วนตัดสินใจ บางสิ่งพลาดแล้วแก้ไขได้ แต่บางสิ่งอาจจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สองค่ะ

11. เชื่อมโยงความคิดในเรื่องต่างๆ ได้

คนฉลาดจะมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น เพราะว่าพวกเขาสามารถเชื่อมโยงความคิดจากเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกันได้ อาทิ

คุณคิดว่าซาชิมิกับแตงโมเหมือนกันตรงไหน? คำตอบคือทั้ง 2 อย่ างต้องกินตอนที่ ดิบ และ เย็น เหมือนกันถึงจะอร่อย

Load More Related Articles
Load More By wera phosri
Load More In ข้อคิดดีๆ

Check Also

4 วิธีสอนลูกให้ฟังเหตุผล ว่านอนสอนง่าย

ปัญหาต่างๆ นั้นส่วนใหญ่ที่คุณพ่อแม่ทั้งหลาย ได้พบเจอคือ ปัญหาที่ลูกของคุณไม่ยอม เชื่อฟังพู…